ต๊อบ พลากร เจียมธีระนาถ: “ความสนุกมาก ๆ อีกอย่างหนึ่ง เป็นความสนุกและเป็นความทุกข์มาก ๆ ด้วยของงานแปลหนัง คือการต้องแข่งกับเวลาและพื้นที่อันจำกัดอยู่ตลอด”

Snapseed.jpg

บ่ายวันเสาร์วันหนึ่งที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในหมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง ผมนัดคุยกับต๊อบ พลากร เจียมธีระนาถ นักแปลซับไตเติ้ลภาพยนตร์ที่มีผลงานเป็นที่จดจำของนักดูหนังชาวไทยมาแล้วมากมาย ทั้ง La La Land, A Monster Calls, Her, Trainspotting 2 และ Wonder ผมกับต๊อบเป็นเพื่อนใน Facebook กันมานานหลายปี เรามี mutual friends ที่เป็นศิลปินและคนในวงการหนังกันอยู่เกือบ 20 คน แต่เรื่องตลกคือเราไม่เคยคุยกันมาก่อน ไม่เคยเจอกัน และจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นฝ่าย add ใคร แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมอยากคุยกับต๊อบ (พร้อม ๆ กับกลับมาทำบล็อก Not A Full Baht อีกรอบหลังจากหยุดทำมาประมาณหกปี) ก็เพราะได้รู้ว่าต๊อบเป็นผู้แปลซับไตเติ้ลหนังที่ผมชอบมาก นั่นก็คือ Call Me by Your Name และเมื่อผมตัดสินใจซื้อชื่อโดเมนอีกครั้ง (เพื่อความสวยงาม ต่อให้บล็อกไม่ทำเงินก็ตาม) และติดต่อต๊อบผ่าน Facebook ว่าอยากขอสัมภาษณ์ ผมก็มีเรื่องให้ประหลาดใจอีกอย่าง เฮ้ย! เราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน!

Continue reading

จะเข้ จุฬญาณนนท์ ศิริผล: “define ตัวเองว่าเป็น filmmaker มากกว่า เพียงแต่ว่าตัวงานมันอาจจะไม่ได้อยู่ในขนบของภาพยนตร์”

คนที่ชอบหนังสั้น หนังทดลอง คงจะรู้จักชื่อ จะเข้ จุฬญาณนนท์ ศิริผล กันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากผลงานหลายๆ ชิ้นจะได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ เช่น จากเทศกาลภาพยนตร์หนังสั้นที่จัดโดยมูลนิธิหนังไทย และ Young Thai Artist Award ที่จัดโดยมูลนิธิปูนซิเมนต์ไทยแล้ว ผลงานของเข้ยังได้เข้าร่วมฉายในเทศกาลหนังสั้นในอีกหลายประเทศ และช่วงหลังๆ ผลงานยังถูกแสดงในนิทรรศการศิลปะอีกหลายครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Continue reading

ก้อง ฤทธิ์ดี: “เราไม่มีใบประกอบวิชาชีพนี้ แต่ถ้าเราจะทำได้ เราจะอยู่ตรงนี้ได้ เราก็จะต้องสร้างมาตรฐานของตนเองให้มันดี”

ก้อง ฤทธิ์ดี เป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์แห่ง Bangkok Post เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้อ่านว่าบทความเขียนด้วยสำนวนภาษาที่สละสลวยแบบที่ฝรั่งบางคนยังต้องอายและมีไอเดียอะไรให้คนได้ขบคิด ถึงแม้ก้องจะบอกว่าสิ่งที่ตนทำก็เป็นแค่ “งาน” อย่างนึง ที่ไม่ได้จะต้องให้ “คนทำงาน” กลายมาเป็นบุคคลมีชื่อ ออกสื่อ หรือมีคนมาสัมภาษณ์เสียเอง ทั้งตนยังแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าการวิจารณ์หนังนั้นมีความจำเป็นแค่ไหน แต่ “ผลงาน” ที่ก้องทำก็ได้พิสูจน์แล้วว่านอกจากจะสร้างความบันเทิงให้กับผู้ิอ่าน ยังนำมาซึ่งความเคลื่อนไหวในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับในวงการภาพยนตร์ไทย นอกจากจะเขียนบทวิจารณ์ให้กับ Bangkok Post ก้องยังเขียนลงสื่อต่างประเทศบางฉบับ เป็น guest lecturer พูดเรื่อง film appreciation ในวาระต่างๆ และเป็นนักทำหนังสารคดี โดยมีผลงานสารดคีเกี่ยวกับชีวิตคนมุสลิมออกมาแล้วสามเรื่องซึ่งทำร่วมกับนักทำหนังอีกท่าน ตอนนี้ก้องก็มีอยู่อีก project นึงซึ่งเจ้าตัวบอกว่ายังไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นหนังหรือไม่ แต่ก็ตามถ่ายอยู่ ความลับอีกข้อที่ได้รู้มาก็คือ ใจจริงก้องอยากเป็นนักวิจารณ์หนังสือมากกว่า (แต่ในความเป็นจริง จะเป็นอาชีพที่หากินลำบากยิ่ง)

Continue reading