อาร์ต อารยา อินทรา: “ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์แฟชั่น อย่าริอาจทำ เพราะสิ่งที่คุณทำมันจะกลายเป็นขยะ”

เหตุผลที่ทำให้อยากพูดคุยกับพี่อาร์ต อารยา อินทรา อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แทนที่จะเป็นแค่เม้าท์อะไรกันเฉยๆ เล็กน้อยตามโอกาสที่จะได้มาเจอกันก็มีอยู่ประมาณ 2-3 ข้อ ข้อหนึ่งเลย วงการแฟชั่นเป็นวงการที่มีเสน่ห์ยวนใจสำหรับเรา เพราะโดยส่วนตัวก็เป็นคนที่ชอบนิตยสารแฟชั่น งานดีไซน์และของสวยๆ งามๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น จึงอยากพูดคุยกับผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงที่อยู่ในวงการนี้ ข้อสอง อาจเป็นเหตุผลในแง่เทคนิคเล็กน้อย คืออยากรู้ว่าจริงๆ คนที่มีอาชีพเป็น fashion stylist นั้นต้องทำอะไรยังไงบ้าง (เผื่อว่าถ้าวันนึงคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ ก็อยากรู้ว่า “เอ๊ะ ฉันจะทำกับเขาได้บ้างไหม”) ข้อสาม ทับซ้อนกับข้อหนึ่งเล็กน้อย คือเราเองก็อยากประสบความสำเร็จกับสิ่งต่างๆ ที่เราทำอยู่ เลยอยากได้แรงบันดาลใจจากผู้ที่ได้ขึ้นมายืนอยู่บนจุดสูงสุด (และยังไต่ขึ้นต่อไป) ในหน้าที่การงานของตน คนที่สามารถจะให้คำชี้แนะแก่เราได้

การนั่งสัมภาษณ์พี่อาร์ตในเช้าวันหนึ่งที่ CREATIMAGE สตูดิโอถ่ายภาพแถวๆ พระโขนง ออกแนวเป็นการนั่งฟัง lecture เล็กน้อย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าน่าเบื่อ ไม่ดี หรืออะไร แต่เป็นเพราะพี่อาร์ตได้เล่าประวัติของอาชีพ stylist ในเมืองไทยให้ฟังด้วย และการตอบคำถามที่พยายามยกตัวอย่างและให้ความรู้ก็สะท้อนมุมมองชีวิตของพี่อาร์ตในตอนนี้ ซึ่งในตอนท้ายๆ ของการพูดคุยกัน พี่อาร์ตก็บอกว่าอยากเป็นครู อยากให้ความรู้แก่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจแก่พี่อาร์ตอย่างมาก เพราะการทำงาน stylist ในตอนนี้เริ่มที่จะถึงจุดอิ่มตัวแล้วหลังจากทำงานอย่างหนักมาตลอด 20 กว่าปี

ชีวิตการทำงานด้าน fashion stylist ของพี่อาร์ตเริ่มต้นแบบจับพลัดจับผลู หลังจากที่ชนะที่หนึ่งการประกวด Young Designer ที่จัดโดยนิตยสารเปรียว พี่อาร์ตก็เข้าไปฝึกงานที่นิตยสารในฐานะผู้ช่วยผู้ประสานงานฝ่ายแฟชั่น ซึ่งตำแหน่ง “ผู้ประสานงานฝ่ายแฟชั่น” นี่เองที่ต่อมากลายมาเป็น stylist ได้มี creative input ในงาน โดยพี่อาร์ตกล่าวว่าคนแรกที่ใช้คำว่า stylist น่าจะเป็นพี่อิศร์ อุปอินทร์ ซึ่งเป็น stylist แถวหน้าของเมืองไทย สำหรับประสบการณ์การฝึกงานในตอนนั้น พี่อาร์ตเล่าให้ฟังว่า “พี่ก็ได้เห็นว่า อ๋อ นอกจากการโทรศัพท์นู่นนี่นั่นเนี่ย เรายังมีสิทธิช่วยช่างภาพคิดด้วยว่า พี่ โพสแบบนี้ดีไหม พี่ โพสแบบนั้นดีไหม อุ๊ยพี่ แสงตรงนี้สวยจังเลย อุ้ยพี่ ลองดูตรงนี้ไหม อุ๊ยนู่นนี่นั่น แล้วเราเป็นคนสาระแน เราสาระแนมากๆ เข้าก็เลยกลายเป็นว่า เออ อี่นี่ มึงช่วยกูคิดเลยละกัน

แม้ว่าจะเป็นคนชอบออกแบบเสื้อผ้า แต่อาชีพในฐานะนักออกแบบแฟชั่นสำหรับพี่อาร์ตไปไม่รุ่งเท่าไหร่ หลังจากไปเรียนต่อด้านออกแบบที่ปารีสแล้วกลับมาคลอดแบรนด์ตัวเองในเมืองไทยและต้องขาดทุนในคอลเล็กชั่นที่สอง พี่อาร์ตก็เริ่มทำงานด้าน styling อย่างจริงจัง โดยเป็น Creative Director ให้กับ Flynow และรับงานให้กับนิตยสารอื่นๆ ด้วย จนตอนหลังเมื่องานเยอะมากๆ ก็ออกมาทำฟรีแลนซ์เต็มตัว จนตอนนี้ผ่านมากว่า 25 ปี เป็นที่นับถือของคนในวงการ

แล้วการจะเป็น fashion stylist ได้ ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง “ข้อหนึ่งเลยนะ มีความรู้พื้นฐานด้านศิลปะ ด้านศิลปะนั้นหมายความว่าอะไรบ้าง คุณต้องรู้ หนึ่ง องค์ประกอบศิลป์ สอง สี เรื่องของสีไม่ว่าจะเป็นสีคู่ตรงข้าม สีหลัก สีผสม หรือว่าสีที่เป็นตัว เขาเรียกว่าอะไร ตัวเสริม ตัวส่ง ตัวตรงข้ามต้องรู้จักคู่ทั้งหมดของมัน รู้จักคร่าวๆ ก็ยังดี” พี่อาร์ตตอบ แต่รู้เรื่องสีแค่นี้ก็ไม่พอ ต้องรู้จักสีในลักษณะของการพิมพ์ด้วย เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลเมื่อภาพมาปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ พี่อาร์ตกล่าวต่อว่า “ต่อมา ซึ่งคุณต้องมีแน่ๆ เลยคือประวัติศาสตร์เสื้อผ้า ประวัติศาสตร์แฟชั่น ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์แฟชั่น อย่าริอาจทำ เพราะสิ่งที่คุณทำมันจะกลายเป็นขยะ” ส่วนข้อสามนั้นคือต้องมีรสนิยมและเอกลักษณ์เฉพาะตัว และข้อสุดท้าย สำหรับการทำงานในสังคมไทย คือต้องมีสัมมาคารวะ

อยู่เมืองไทย จะสวย เริ่ด เชิด เก่งแค่ไหน แต่ถ้าคุณหยิ่ง คุณคอแข็ง คุณก็ไปไม่รอด เพราะเมืองไทยอยู่กันได้ด้วย connection คนไทยเขาพูดกันเสมอว่า เก่งไม่กลัว กลัวไม่ดี คือขอคนดี คำว่าคนดีของคนไทยคืออะไร ง่ายๆ เลย นอบน้อม มีสัมมาคารวะ รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ พี่ผ่านประสบการณ์ตรงที่มันแบบ up and down มาเรียบร้อยแล้วตรงแง่ที่ว่า คนหาว่าพี่เชิด คนหาว่าพี่หยิ่ง น่าตบอะไรเงี้ย พี่โดนมาหมดแล้ว พี่ถึงได้รู้ว่าการเป็นตัวของตัวเองเนี่ย เมื่อมันผิดที่ผิดทาง ก็ทำให้คนเข้าใจเราผิดได้

ถึงจุดนี้อาจจะต้องมาพูดถึงลักษณะนิสัยใจคอของพี่อาร์ตกันเล็กน้อย ใครที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ก็คงแอบกลัวอยู่บ้าง (หรือต่อให้รู้จัก ก็อาจยังกลัวอยู่ดี?) จริงๆ ครั้งแรกที่เจอพี่อาร์ต ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนขำ คุยสนุก แต่แกจะเป็นคนที่เอาจริงเอาจังกับงานและพูดอย่างตรงไปตรงมา ฉะนั้น หลายคนที่ไม่ชินกับอะไรแบบนี้ก็อาจจะช็อคได้ และหน้าของพี่อาร์ตคือถ้าเป็นหน้านิ่งๆ ไม่ได้กำลังขำอยู่ ก็จะดูดุมากด้วย และอีกอย่างนึงที่เริ่มรู้สึกได้จากการที่เจอพูดคุยกันหลายครั้งขึ้นก็คือความหวังดีที่พี่อาร์ตมีต่อคนอื่น ทั้งในแง่คำแนะนำที่พี่อาร์ตมีต่อเรา หรือต่อนางแบบนายแบบที่ทำงานด้วย

เมื่อทำงานเป็น fashion stylist ก็จำเป็นต้องรู้ความเคลื่อนไหวของแฟชั่น ถ้าหากว่าสะดวก พี่อาร์ตก็จะไปดูแฟชั่นโชว์ของไทยทุกโชว์ หรือไม่งั้นก็ดูทางออนไลน์เอา สำหรับแบรนด์เมืองนอก ถ้าไม่ได้มาจัดโชว์เล็กๆ ก็ดูทางแคตาล็อก “แล้วสุดท้าย ดูอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเข้าไปดูของจริงด้วยเมื่อของมาลงที่ร้าน ว่ามันคืออะไร ผ้าอะไร วัสดุอะไร มันถึงได้เดินออกมาเป็นแบบนั้น เข้าใจป่ะ คือเราเป็นคนศึกษา เราไม่ใช่เป็นคนที่ดูแล้วแบบ เออ silhouette นี้สวยดี แต่เราไม่รู้ว่าวัสดุนี้เป็นยังไงมันถึงเกิด silhouette นี้ขึ้นมา เราต้องรู้ด้วย

แล้วเทรนด์ล่ะคืออะไร คำตอบของพี่อาร์ตคือสิ่งที่คนหมู่มาก พวก บ.ก. นิตยสาร เห็นว่าเป็นไฮไลต์หลังจากได้ดูเสื้อผ้าของแบรนด์ต่างๆ ที่มีออกมาในช่วงนั้น และเป็น guideline ให้คนใส่ตาม แต่ว่าเป็นคนกลุ่มน้อยที่ไม่ตามเทรนด์ก็ไม่ผิด เพราะเวลาเราตามเทรนด์ กว่าเราจะเริ่มตาม ก็อาจจะตกเทรนด์ไปแล้ว และเอาเข้าจริงความเป็นตัวตนของแต่ละคนก็เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

ส่วนวันนี้ ก็มาดูพี่อาร์ตทำงานให้กับนิตยสาร My Fashion Mag ซึ่งเป็นนิตยสารแจกฟรีของ Jaspal ซึ่งที่อาร์ตเป็นที่ปรึกษาให้กับนิตยสารนี้ มีแอมป์ สุทธิกานต์ ถ่ายคู่กับ Steffen Borring โดย theme เป็นเสื้อผ้าโทนสีฟ้า-น้ำเงิน

โย: การถ่ายแบบ จริงๆ จากมุมมองก่อนที่จะได้เข้ามามีโอกาสสัมผัส ใช่มะ หรือจากดูทีวี อู้ย ตายแล้ว America’s Next Top Model มันดูตื่นเต้น มันดูอะไรเงี้ย
พี่อาร์ต: อือ
โย: แต่พอมานั่งทำงานแต่ละวัน
พี่อาร์ต: ไม่เห็นมีเหี้ยอะไรเลย ใช่มะ
โย: (หัวเราะ) มันคือการนั่งรอ
พี่อาร์ต: มันก็ยังเงี้ย เนี่ยนั่งไป รอไป แล้วจะถามอะไร หนูจะถามว่าอะไร (ขำ)
โย: คือเป็นยังเงี้ยเหรอ
พี่อาร์ต: อ๋อ คือแฟชั่นมันเป็นอย่างเงี้ยเองอ่ะเหรอ
โย: หรือคือจริงๆ แล้ว…
พี่อาร์ต: มันคืออาชีพ
โย: ไปเจอวันอื่น จริงๆ มันอาจจะสนุกสนาน เปิดเพลงกันเร้าใจ แล้วก็โพสกันเมามันส์หรืออะไร หรือว่าปกติมันก็…
พี่อาร์ต: ไม่ ปกติมันก็ยังเงี้ย มันก็ยังเงี้ยหนู คือแฟชั่น การถ่ายทำ fashion shoot ในแต่ละโจทย์ แต่ละจ๊อบเนี่ย มันก็อาชีพอ่ะ อาชีพ 4-5 อาชีพมารวมกัน อาชีพนางแบบ เห็นมะ เขาก็ล้างหน้าสระผมมา เขาก็มานั่งรอ ให้คนแต่งหน้าเขาเป็นชั่วโมง ทำผมเขาเป็นชั่วโมง แล้วก็ถ่ายรูปอีกเป็นชั่วโมง เพื่อจะล้างหน้าเพียงสิบนาทีแล้วกลับบ้านไปนอน stylist ก็มาแต่เช้า มาเซ็ตเสื้อผ้ากับผู้ช่วย แล้วก็มานั่งรอ รอให้เขาแต่งหน้าเสร็จ ทำผมเสร็จ แล้วก็ทำงานของเรา เปลี่ยนชุด เนี่ย ก็คืออาชีพ อาชีพของคนหลายๆ คนมารวมตัวกันก็แค่นั้นเอง มันไม่ใช่โลกแฟนตาซีสวยงาม แต่เพียงภาพที่มันออกมามันทำให้คนเกิดกิเลส
โย: ในสื่อมันตัดต่อฉับไวเล็กน้อย
พี่อาร์ต: ใช่ จริงๆ ชีวิตจริงมันไม่ได้ฉับไวขนาดนั้นหนู

นอกจากงาน stylist พี่อาร์ตยังรับงานเป็น creative director และที่ปรึกษาให้กับแบรนด์เสื้อผ้าและบริษัทหรือองค์กรอื่นๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับแฟชั่น เป็นหนึ่งในนักออกแบบให้กับแบรนด์ Theatre และรับงานสอนหนังสือตามมหาวิทยาลัยต่างๆ พี่อาร์ตไม่ขับรถ ฉะนั้นจึงต้องจ้างคนขับ และเพราะทำงานเยอะมากหลายอย่าง จึงมีปัญหาเรื่องคนขับรถลาออกอยู่บ่อยๆ เร็วๆ นี้คนเก่าก็เพิ่งลาออกเช่นกัน “ก็ยังเปลี่ยนต่อไป นี่ก็คนใหม่เหมือนกัน เพราะประโยคล่าสุดที่คนคนสุดท้ายพูดเอาไว้แล้วทำให้เรารู้สึกสะอึกก็คือเขาพูดว่า ผมได้เงินเดือนแค่เนี้ย ผมรู้ว่าผมต้องทำงานแค่ไหน” จากประเด็นตรงนี้ พี่อาร์ตก็เลยให้ข้อคิดเรื่องการทำงานสำหรับคนไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็ตาม ถ้าเกี่ยงเงินน้อย รักสบาย ก็ไม่มีวันก้าวหน้า “คือโบราณเขาสอนไว้อ่ะ อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา จริงหมดน่ะ พี่เชื่อในคำพูดพวกเนี้ย อืม คือเก่งไม่กลัว กลัวไม่ดี พี่ก็เชื่อ งั้นเป็นคนดีดีกว่า แล้วขยัน เด็กรุ่นใหม่ขาดคำว่าขยัน เท่าที่เจอมา ขาดหมด ผู้ช่วยพี่เนี่ย โอ้ย กว่าจะได้สามคนนี้มา ที่ผ่านมาแต่ละรุ่นนี่ไม่ได้เรื่องเลยนะ ไม่ได้เรื่องเลย คือเป็นแบบอะไรก็ไม่รู้ มาๆ มาถึงแล้วก็แบบ อี— หลับเงี้ย ฉันก็ นี่ เธอมาช่วยทำงานนะ ไม่ใช่มานอน กลับบ้านไป ไล่กลับบ้านแล้วไม่เข้าใจ หาว่าฉันวีน หนูยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าหนูมาทำงาน หนูมานอนเนี่ย หนูผิดป่ะ มันไม่คิดว่ามันผิด อืม คนอย่างเงี้ยไหวไหม มาสมัครเป็น designer พอให้ทำงาน ให้ตัดผ้า ให้ไปเก็บผ้า เก็บห้อง stock ลาออก ใช้งานดึกๆ ดื่นๆ ลาออก ไหวป่ะ ความขยันความอดทนอยู่ตรงไหน กว่าคุณจะมีวันนึง ฉันไม่รู้พ่อแม่คุณสอนคุณมายังไง ในการที่จะใช้ชีวิตอ่ะนะ แต่พ่อแม่เราสอนให้เราเป็นคนอดทน อดทนกับทุกๆ อย่างแล้วเราจะมีวันของเรา แล้วเราก็มีวันของเราจริงๆ อย่างที่พ่อแม่เราพูด

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ตามติดวงการแฟชั่น อาจจะรู้จักหรือเคยเห็นพี่อาร์ตในฐานะครูอาร์ตของรายการ The Designer มีผ้าโพกหัวและกรีด eyeliner หนาๆ ขอสารภาพตามตรงว่าไม่เคยได้ดูรายการนี้ แต่จากการที่ได้พบปะกัน อ่านบทสัมภาษณ์พี่อาร์ตบ้าง ก็พอจะจับได้ว่าบทบาทความเป็น “ครู” คือสิ่งที่พี่อาร์ตจริงๆ ก็ทำอยู่และมองไว้สำหรับอนาคตตนเอง งาน stylist ก็ไม่ใช่เป็นแค่การ styling แต่พี่อาร์ตยังได้มีการ train คนด้านนี้ขึ้นมาใหม่ๆ และให้คำปรึกษากับนักออกแบบหน้าใหม่เช่นกัน

ก็คือแม่เราเป็นครู แม่เราสอนหนังสือ มีคนแบบเคารพนับถือ นึกออกไหม มีเด็กๆ มีข้อสอบแบกกลับมาบ้าน รู้สึกว่าแม่เท่ห์อ่ะ ตั้งแต่เด็กๆ เป็นภาพจำในหัว แล้วรู้สึกว่าอาชีพครูเป็นอาชีพศักดิ์สิทธิ์แล้วน่าเชื่อถือ แล้วเรารักครูของเราหลายคน ครูดีๆ นะ ครูไม่ดีก็มีเยอะแยะ แต่ครูดีๆ เยอะสมัยที่เราเป็นเด็ก แล้วเราก็มีความรู้สึกว่าเรารักครู เราอยากเป็นครู แล้วพอมาวันนึงเรารู้สึกว่าเราเอามาเยอะ เรารับมาเยอะละ เราก็เลยอยากจะให้กลับไปให้กับสังคมบ้าง งั้นเราก็มองว่าการทำงานทุกอย่างเนี่ย อะไรที่มัน inspire เรา เราจะมีไฟ ณ ตอนเนี้ยเรารู้สึกว่าอาชีพ stylist ของเราเนี่ย มันมาถึงจุดที่มันไม่ค่อย inspire เราละ เราไม่รู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร โจทย์บางโจทย์ inspire เรา แต่โจทย์บางโจทย์มันไม่ inspire เราเลย อาจจะเป็นเพราะอิสระทางความคิดกับกรอบของความคิดมันถูกบังคับเยอะเกินไป มันทำให้เราไม่อยากทำงาน เราก็เลยพยายามจะหาทางอื่นมาทำ แต่พอมา เรามาเจอการไปสอนหนังสือ เราเห็นเด็กที่มันนั่งเรียนแล้วแบบกระตือรือร้นที่จะเรียน ที่จะเอาความรู้จากเราเนี่ย เรา inspired เรา happy เรารู้สึกว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องปัจจัยสำหรับเรา มันกลายเป็นว่าเราอยากสอนหนังสือ เราก็เลยเริ่มที่จะสอนหนังสือมากขึ้น แล้วก็เป็นทางนึงที่เรามองว่าเราอยากจะลงจากตำแหน่ง ลงจากบันไดที่เรายืนอยู่สูงๆ เนี่ย ลงมาเรื่อยๆ มาเป็นครูดีกว่า อือ นั่นคือสิ่งที่เราคิด

1 comment
  1. Anonymous said:

    Does any one have contact details for Araya Indra? I am trying to contact her.. thanks.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: