ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร: “ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่ทำให้หลายๆ คนเขาก็มองข้ามเรื่องเพศไป”

ต้องบอกว่ารายการ “เทยเที่ยวไทย” เป็นรายการท่องเที่ยวที่เปรี้ยวมากๆ และแปลกแตกต่างจากรายการอื่นๆ อย่างที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน ใครที่ไม่เคยดู ควรจะรีบไปหาดูด่วน เพราะเป็นครั้งแรกที่บ้านนี้เมืองนี้มีรายการที่มีแต่พิธีกรที่เรียกตัวเองอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “กะเทย” โดยมีถึงสามนางด้วยกัน ได้แก่ป๋อมแป๋ม ก๊อตจิ และกอล์ฟ (จริงๆ มีเจ๊นนท์ด้วยอีกคนในเทปแรก ซึ่งโผล่มาอีกเวลามีเทปพิเศษ) มาพาผู้ชมไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในประเทศและคุยเม้าท์เมามันตลอดรายการ และรายการก็ดังเปรี้ยงปร้าง คนดูกันก็ไม่ใช่แค่เกย์ กะเทย แต่ยังเป็นที่นิยมในหมู่ชายจริงหญิงแท้ทั่วไป ยอดแฟนของ “เทยเที่ยวไทย” บน Facebook มีอยู่เกิน 100,000 แล้วในขณะนี้

สำหรับคนที่เคยดูรายการเพลงดึกๆ ทางช่อง 5 เมื่อก่อน หรือว่าดู Bang Channel มาก่อนหน้ารายการนี้ ก็คงจะได้เห็น ป๋อมแป๋ม หรือชื่อจริง นิติ ชัยชิตาทร โผล่หน้ามาให้เห็นในทีวีและคอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมอยู่เนืองๆ สำหรับเรา พี่ป๋อมแป๋มคือรุ่นพี่อักษร จุฬาฯ ที่โตกว่าหนึ่งปี และคงจะถือว่าเซเล็บของคณะด้วย เป็นคนขำอย่างแรง และเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกคณะ เคยมีเพื่อนต่างคณะพูดถึงพี่ป๋อมแป๋มว่าเธอฉลาดมาก! พยายามเอาเรื่องการจับผู้ชายฝรั่งทำผัวมาอธิบายทฤษฏีทางเศรษฐกิจของประเทศ ฉะนั้นแน่นอน ความคิดสร้างสรรค์สุดบรรเจิดที่พี่ป๋อมแป๋มมีเลยทำให้ได้เข้ามาทำงานที่ Grammy ในตำแหน่ง creative และปัจจุบันก็เป็นผู้ช่วยผู้จัดการของ Bang Channel และทำหน้าที่พิธีกรในรายการต่างๆ ของช่องไปด้วย ถามพี่ป๋อมแป๋มว่า scale ความยุ่งของชีวิตตอนนี้ให้เลือก 1-10 อยู่ที่เท่าไหร่ พี่ป๋อมแป๋มบอก 15! เพราะตอนนี้เธอก็กำลังเล่นหนังด้วย เรื่อง “ชอบกด Like ใช่กด Love” จะเข้าโรงวันที่ 10 พ.ค. นี้

มีคำถามคาใจตั้งแต่สมัยเรียน ทำไมถึงเลือกเรียนเอกบาลี-สันสกฤต และทำไมถึงโกนหัวไปเรียน
โกนหัวเนี่ยโกนหัวมานานแล้วเพราะว่าผมหยิก ทำผมไม่เป็น

แต่ไม่เห็นต้องโกนนี่
ก็ถ้ามันไม่โกนมันก็ยุ่งแบบ… รำคาญอ่ะ จริงๆ พี่แป๋มโกนหัวล้านมาตั้งแต่สมัย ม. 4 อะไรเงี้ย สมัยมัธยม ทั้งๆ ที่ ร.ด. ก็ไม่ได้เรียนนะ ก็โกนหัวมาตลอดเพราะว่าทำผมไม่เป็น แล้วก็ขี้เกียจน่ะ ขี้เกียจต้องตื่นมาทำ beauty grooming ตัวเองอะไรเงี้ย ก็โกนหัวมาตลอด ส่วนเรื่องบาลี-สันสกฤตนี่ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากอยากเรียนเท่านั้นเอง ก็อยาก ก็คุยกับรุ่นพี่ กับอาจารย์ แล้วรู้สึกว่ามันน่าสนุกดีก็เรียน ตอนนั้นก็ตอบไม่ได้ว่าจะทำอะไร แต่ก็อยากเรียนเฉยๆ

แล้วตอนเรียนมันสนุกไหม
สนุก สนุก มันได้อ่านหนังสือ มันจะถูกบังคับให้เราอ่านหนังสือที่เราไม่เคยได้อ่านเลย ในชีวิตประจำวันหรือโดยทั่วไป หลายคนคิดว่าเรียนบาลี-สันสกฤตคือเรียนแบบท่องบทสวดมนต์อะไรเงี้ย จริงๆ มันไม่ใช่ เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับเวลาเราเรียนเอกอิตาเลี่ยน เราก็ต้องเรียน grammar ภาษาอิตาเลี่ยน vocab อิตาเลี่ยน วัฒนธรรมประเทศอิตาลี ถูกป่ะ ปรัชญาแนวคิดอิตาลี แต่ถ้าเป็นบาลี-สันสกฤตมันก็คือเรียน grammar ภาษาสันสกฤต vocab ภาษาสันสกฤต วรรณคดีสันสกฤต และวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย ซึ่งมันก็จะมีปรัชญาแนวคิดอะไรที่มันไม่เหมือนกับที่เราถูก shaped มา นึกออกป่ะ

ยกตัวอย่างหน่อยได้ป่ะ
ง่ายๆ อินเดียให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าที่มาก สังเกตง่ายๆ อย่างเรื่องวรรณะ วรรณะไหนวรรณะนั้น ซึ่งถ้าเรามองอย่างตะวันตกมอง มองอย่างชาวไทยมอง เราก็จะรู้สึกริดรอนสิทธิอะไรเงี้ย แต่ถ้าเราได้เรียนทางนี้ เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของหน้าที่ ของการวางระบบหน้าที่ให้มันเป็นลักษณะเหมือนเป็นตาราง มันไม่ใช่ว่าใครสูงกว่าใคร แต่ละคนมันก็มี function ของตัวเอง อย่างงี้บางทีมันก็จะถ่ายทอดมาในภาษา อย่างในภาษาสันสกฤตเงี้ย มันมี function เพิ่ม วิภัติ เขาเรียกอะไรวะ เป็นกรรม ประธานในภาษาอังกฤษน่ะ ประธานคำนึง กรรมก็คำนึงใช่ป่ะ I me อะไรเงี้ย he him แต่ถ้าเป็นภาษาสันสกฤต มันจะมีถึง 7 อันน่ะ คือถ้าอย่างแก้ว เป็นประธานมันก็คำนึง แก้วที่เป็นกรรมมันก็เป็นอีกคำนึง ถ้าแก้วถูกใช้ไปเป็น instrument มันก็จะกลายไปเป็นอีกคำนึง อย่างเงี้ย มันก็จะเห็นการวางระบบโครงสร้าง ความคิดของอินเดีย มันก็จะ get อ่ะ แล้วก็จะไม่รู้สึก “เหรอ อุ๋ย อี๊ แหยะ”อะไรเงี้ย

มาทำงานที่ Grammy ได้ยังครับ เข้าใจว่ามีเด็กอักษรอยู่ในนั้นกันเยอะ
ฉันน่ะเข้ามาคนแรกเลยย่ะ ตอนนั้นเข้ามาทำรายการ Five Live เมื่อสิบปีที่แล้ว กำลังจะเริ่มรายการนี้ขึ้นมา เขาก็หา creative ไปช่วยขึ้นรายการให้เขา แล้วมันต้องใช้หลายคน เขาก็ใช้วิธีสอบถามๆ ก็มีคนรู้จัก เขาก็ให้เข้าไปคุยกับโปรดิวเซอร์ดู ก็เข้าไปคุย เข้าไปคุยก่อนนะ พอทัศนคติผ่านก็ให้ส่งงาน ก็คุยเขาก็เห็นว่าน่าทำงานด้วยกันอะไรเงี้ย เขาก็เลยให้เราลองกลับมาทำงานส่งไป 3 ชิ้น ก็ส่งไป แล้วงานก็โอเค ผ่าน ดี เขาชอบ ก็เลยได้เริ่มทำ

งาน 3 ชิ้นหมายถึง
เขาให้การบ้านมา เขียน spot อันนึง เขียน script รายการอันนึง แล้วก็ให้สร้างรายการขึ้นมาอีกอันนึง 3 อย่าง ภายในเวลาสองวัน ก็ทำให้เขา แล้วเขาก็รับ

ทำรายการ “เทยเที่ยวไทย”มี idea ในหัวมานานหรือยังครับที่เราอยากจะทำรายการที่ serve คนดูที่เป็นเกย์ กะเทย อะไรเงี้ย
ไม่เคยคิดมาก่อน เอาเข้าจริงนี่ก็ไม่ใช่รายการที่ทำเพื่อกะเทยนะ… ขอนึกก่อน… หนึ่ง เมื่อก่อนเราคิดว่าเพศสภาพไม่ได้เป็นปัจจัยขนาดนั้นในการแบ่ง… เข้าใจป่ะ ด้วยความที่อยู่ Grammy ไง ยิ่งมาทำเคเบิ้ล จริงๆ จะรู้สึกว่าความคิดเรื่อง demographics เพศ วัย อายุอะไรมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น มันจะสำคัญเรื่อง interest มากกว่า สังเกตป่ะ เพราะช่องเคเบิ้ลมันจะแบ่ง แบ่ง แบ่ง แต่มันจะไม่ได้แบ่งเรื่องเพศ อายุ วัย แต่มันจะแบ่งเรื่องความสนใจ อย่างช่องกีฬา มันก็ไม่ได้บอกว่าให้คนอายุเท่านี้ ผู้ชายอะไรเงี้ย แต่มันสำหรับคนที่สนใจกีฬา ถูกป่ะ แต่ว่ารายการนี้นี่คือ… จริงๆ เรื่องกะเทยนี่มาทีหลังเลยนะ โจทย์มันเริ่มจากรายการท่องเที่ยวก่อน พี่แป๋มเอาสามอย่างมารวมกันน่ะ ท่องเที่ยว ความตลกขบขัน แล้วก็กะเทยมารวมกัน ซึ่งจริงๆ สามอย่างเนี่ยมันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ว่ากะเทยเนี่ยมาทีหลัง เขาอยากได้รายการท่องเที่ยวที่มันสนุกอะไรเงี้ย เราก็นึกถึงภาพรายการท่องเที่ยวที่มันแบบมีบรรยากาศขำๆ เหมือนไปเที่ยวกันเอง อันนั้นคือโจทย์แรกว่าอยากให้เป็นรายการท่องเที่ยวที่เหมือนดูเพื่อนไปเที่ยวด้วยกัน หรือดูแล้วรู้สึกตัวเองได้ไปเที่ยวด้วย มันเป็นเรื่องบรรยากาศมากกว่า destination ส่วนเรื่องกะเทยเนี่ยมาทีหลัง เพราะเป็นคนคิด เราก็นึกถึงตัวเองเวลาเราไปเที่ยวอ่ะ เราก็ไปเที่ยวกับกะเทย ถูกป่ะ ผู้ชายผู้หญิงเวลาไปเราก็ไม่ได้รู้สึกมันสนุกเหมือนไปเที่ยวกับกะเทย ก็เลยอ่ะๆ เอาวะ ก็ลองดู ลองเป็นรายการที่กะเทยเที่ยว แล้วค่อยดึง element มาว่า เอ๊ย เวลากะเทยไปเที่ยวมันทำอะไรกันบ้างวะ แต่ทั้งหมดทั้งปวงอย่างที่บอก ไม่ได้ serve กะเทย ทำให้ผู้ชายผู้หญิง คนทั่วไปคนทุกเพศดู

เกิดเป็นกะเทยมันขำตามธรรมชาติเลยไหมครับ
ไม่ว่ะ กะเทยบางคนมันก็ไม่ขำนะ เอาจริงๆ อย่างตัวพี่แป๋มเองก็ไม่ได้… พี่แป๋มก็ไม่ได้เป็นคนตลกตั้งแต่แบบ… เท่าที่จำความได้คือฉันไม่ได้เกิดมาก็ตลก หรือตอนเด็กๆ ฉันก็ไม่ได้เป็นเด็กตลกมากอะไรงี้นะ แต่ว่ามันก็จะมีช่วงพลิกผันอย่างแบบ ช่วงกำลังโตอะไรเงี้ย เราดูอะไร เราเสพสื่ออะไร แต่จำได้ว่าเด็กๆ พี่แป๋มดู sitcom ช่วงกำลังโต ช่วง ม. 2 ม. 3 อะไรเงี้ย พี่แป๋มดู sitcom ตลกเยอะมาก Friends, Ellen, Frasier, Mad About You, Murphy Brown, Just Shoot Me อะไรเงี้ย จะชอบดู แล้วพอดูก็ไม่ได้ดูกะเอาตลกอะไรนะ มันดูแล้วเรารู้สึกสนุกใช่ป่ะ พอดูไปเรื่อยๆ มันบอกไม่ถูก มันก็จะซึมซับมาเอง มันก็จะซึมซับเรื่องจังหวะ เรื่อง acting บางอย่างแบบเวลาเล่าเรื่องตลกอะไรเงี้ย ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่รู้ว่า ถ้าถามว่าตัวเองเป็นคนตลกแต่เกิดไหม ไม่ตลก แต่ว่าพี่แป๋มก็ใช้เวลาในการ… บ่ม… โดยไม่ได้ตั้งใจมาเป็นเวลานาน

แล้วอย่างก๊อตจิไปดูอะไรมา
ไม่รู้มันเหมือนกัน แต่ว่าก๊อตจิเนี่ย… ไอ้ก๊อตมันก็คงอยู่ในสังคมที่สนุกสนานของมันมาแต่เด็กอะไรเงี้ย เพราะแก๊งกะเทยมันน่ะ… มันอยู่สังคมที่แบบ happy น่ะ พ่อแม่มันรับได้ มันเปิดเผยตัวได้ แล้วมันก็… เออ นั่นแหล่ะ มันอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มัน happy มีความสุขอะไรเงี้ย ก๊อตมันก็จะเป็นคนตลกแบบดูร่าเริงมีความสุขน่ะ นึกออกป่ะ

พอพูดถึงอันนี้แล้วก็เลยนึกถึง…
ตายแล้ว! ฉันกินได้เลอะเทอะมาก (นัดเจอกันที่ Au Bon Pain สีลมเกือบๆ เที่ยง ก่อนพี่แป๋มต้องไป “ต่อปาก ต่อคำ ต่อราคา” ตรงซอยละลายทรัพย์)

จะถามว่า แล้วเรามองไหมว่า หนึ่ง รายการเรามันมีผลยังไงต่อวัฒนธรรมกระแสหลัก ฟังดูยากไหม
ไม่ ไม่

ข้อสอง คือแต่ละคนก็เป็นตัวของตัวเองในรายการ คิดไหมว่าเราเป็นเหมือนแรงบันดาลใจให้คนอื่นที่เขาอาจจะต้องอยู่อย่าง…
หลบๆ ซ่อนๆ

หลบๆ  ซ่อนๆ อยู่อย่างเป็นตัวเราดีกว่า มีความสุขดี
อันเนี้ยคือพี่แป๋มมองอย่างนี้นะ จริงๆ มันก็เป็นแบบแนวคิดตั้งต้น พี่แป๋มไม่เคยเชื่อในเรื่องว่ากะเทยเป็นวัฒนธรรมกระแสรอง หรือว่าวัฒนธรรมทาง… เขาเรียกอะไรวะ

วัฒนธรรมทางเลือก?
เออ เป็นวัฒนธรรมชายขอบ อันนี้พี่แป๋มไม่เชื่อในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะพี่แป๋มมองว่าทุกวันนี้เนี่ย เรากะเทยมันอยู่ในวัฒนธรรมกระแสหลักมาโดยตลอด นึกออกใช่ป่ะ มันอยู่มาตลอด แต่มันอยู่ในจุดไหนเท่านั้นเอง มันมักจะอยู่ในส่วนข้างหลังหรือเปล่า ในส่วนผลักดันหรือเปล่า มันไม่ได้ออกมาในรูปแบบของ presenter แต่มันเป็นตัว initiate หรือเปล่า นึกออกไหม พี่แป๋มเชื่อว่าในทุกองค์กร ทุกบริษัทมันมี โดยเฉพาะในสังคมนี้ มันมีกะเทยแบบแทรกซึมอยู่ตลอด โดยมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า spotlight มันไม่ได้หมุนมาส่อง เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ถ้ารายการนี้มันมีผลอะไรต่อวัฒนธรรมกระแสหลัก ก็คือมันทำให้หลายคนมองว่ากะเทยมันก็คือ… มันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แล้วมันไม่ได้มีความจำเป็นที่จะแยกไปสร้างวัฒนธรรมตัวเองอะไรเงี้ย เพราะจริงๆ รายการนี้ พี่แป๋ม… ถ้าสังเกตดูดีๆ จะสังเกตว่าพวกเราไม่ได้แต่งตัวประหลาด พวกเราไม่ได้ทำอะไรเว่อร์ หรือพวกเราไม่ได้ทำอะไรที่มันเหนือคนเกินคน มันก็เหมือนคนปกติที่ทำแล้วมีปฏิสัมพันธ์กับคนทั่วไปอื่นๆ มันก็เป็นลักษณะของการปฏิสัมพันธ์ของ… ของตามหน้าที่ของคนน่ะ ลูกค้าแม่ค้า นึกออกใช่ป่ะ ผู้ใหญ่เด็กอะไรเงี้ย เรื่องเพศมันไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้นเท่านั้นเองอ่ะ เพราะฉะนั้น รายการเนี้ย ซึ่งหลายคนก็ get ว่า เอ๊อ เขาก็มาตระหนักรู้ว่า เออ จริงๆ แล้วแบบเพื่อนกูก็เป็นกะเทยก็มีนี่หว่า หรือแบบเพื่อนร่วมงานของกูก็เป็นกะเทยเหมือนกันนี่หว่าอะไรเงี้ย คือมันก็อยู่ในสังคมเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ค่อยได้ตระหนักรู้กันเท่านั้นเอง ใช่ป่ะ เออๆ

ที่บอกว่า โอเค กะเทยเราอยู่เบื้องหลัง ส่วนตัวของพี่แป๋มเองจริงๆ ก็อยู่เบื้องหลังมาก่อน แล้วเคยคิดตั้งแต่ตอนนู้นเลยไหมครับว่าวันนึงเราจะอยากมาอยู่เบื้องหน้าบ้าง
ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ จริงๆ แล้วตั้งแต่สมัยอยู่เบื้องหลังแล้วเราก็โผล่มาเบื้องหน้าบ่อยๆ นะ แต่มันมาในลักษณะแบบไหนเท่านั้นเอง มันก็มาเป็นลักษณะของสีสันน่ะ เป็นเครื่องเทศ เครื่องปรุง น้ำจิ้ม ไม่ได้เป็น main course เท่านั้นเอง ก็ออกมาเรื่อยๆ

แต่ขำนะ สมัยเด็กเกย์ จำได้
เออๆ คือตอนนั้นเราทำหน้าที่เหมือนเป็นน้ำจิ้ม มันก็ต้องเป็นน้ำจิ้มที่ทำให้รสชาติอร่อยขึ้น ถ้ามันเป็นสีสันมันก็ต้องเป็นสีสันที่ออกมาปุ๊บก็ทำให้ภาพรวมมันสวยขึ้น ไม่ใช่ออกมาแล้วสีเน่า หรือแย่งซีนภาพหลักอะไรเงี้ย เออ ไม่เคยคิด แต่อันนี้ได้มาทำงานอันเนี้ย พิธีกรข้างหน้าเนี่ย จริงๆ ก็ไม่ได้ดิ้นรนทำเอง ก็เป็นโอกาสที่เขาให้ไปลองทำ ก็ให้เรามาลองทำเบื้องหน้าใช่ป่ะ มันก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องแบบ เรียนรู้ว่า เออ ถ้าแบบเราไม่ได้เป็นแค่น้ำจิ้มแล้ว มันต้อง hold รายการทั้งรายการยังไง หรืออะไรประมาณเนี้ย แต่ถามว่าเคยคิดมาก่อนหรือเปล่า ไม่เคยเลย… เมื่อกี้จะถามเรื่องแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างป่ะ

เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น
อืม อืม ใช่ คือแบบ… ขอนึกก่อน… มันก็จะมีเด็กหลายๆ  คนที่แบบ ก็มาพูดให้เห็นว่าอยากเป็นอย่างเรา อยากเป็นอย่างเราอะไรเงี้ย หลักๆ เห็นชัดๆ เลยอยากเรียนอักษร มีเด็กกะเทยหลายคนมาก คุยกันแล้วแล้วอยากจะเรียนอักษรอะไรเงี้ย แต่รู้สึกว่าหลายคนที่แบบมองแล้ว look up เรานะ คือมันไม่ใช่เรื่องแบบ มันไม่ได้มองว่าเราเป็น idol เก่งโคตรอะไรเงี้ย แต่แบบเหมือนกับว่าเขามองเราในฐานะที่เราอยู่แวดล้อมกับคนทั่วไปได้โดยที่เราไม่รู้สึกแปลกแยกอะไรเงี้ย โดยที่พี่แป๋มไม่ได้สวย ไม่ได้หล่อ ไม่ได้ โอ๊ย โคตรเก่งเลย หรือว่ามาอยู่ได้โดยใช้ความเป็นกะเทยสู้อะไรเงี้ย แต่เราอยู่ได้เพราะเราใช้แบบ… เราก็ใช้หน้าที่การงาน ใช้ศักยภาพของเราอะไรเงี้ย อันเนี้ยจะเป็นส่วนที่คนอื่นเขาแบบ look up เรามากกว่า เพราะว่ามีน้องบางคนบอก เออ เวลาเขามองพี่แป๋มเขาก็จะไม่ได้มองว่าเราเป็นกะเทย เขาก็จะมองว่าพี่แป๋มเป็น creative เป็นพิธีกรอะไรเงี้ย ฉันก็ดีใจเหมือนกันที่ทำให้หลายๆ คนเขาก็มองข้ามเรื่องเพศไป เรื่อง gender ไป ไม่มองว่ามันเป็นตัวแปรอะไรอีกแล้วอะไรเงี้ย

…เอ่อ…
หมดแล้วเหรอ

ยังครับ ยังอยากตอบอยู่ใช่ป่ะ
อ๋อไม่ ก็ถามมาได้ ยังมีเวลา

คนเลิกทักว่าเป็น มาดามมด ยังครับ น่าจะเลิกแล้วนะ
ยัง ยัง แต่ก็น้อยลงมาก แรกๆ ก็สงสัยจริงๆ อะไรเงี้ย หลังๆ เนี่ยน้อยลง จะใช้เป็นวิธีแซวมากกว่า “อ๊ะ แอบแต่งหญิง แต่งแล้วฉันเหมือนมาดามมดนะ” คือไม่รู้ว่าชมหรือเปล่า น่าจะไม่ใช่ แต่ก็ยังมี ล่าสุดยังมีอยู่เลยอ่ะ แต่วันนั้นก็แต่งถ่ายหนัง แล้วมันต้องใส่วิกอะไรเงี้ย ก็มีเด็กมาขอถ่ายรูปอะไรเงี้ย แล้วแม่… อีคนถ่ายเป็นแม่ก็บอกว่า “อุ๊ยนี่เขาดูทุกวันเลยนะ สอนภาษาอะไรเงี้ย” เราก็อึ้งไปอย่างเงี้ย เราก็อึ้งไป… แต่เราก็ไม่กล้าจะบอกว่าไม่ใช่ เพราะว่าน้องมาอยู่ข้างๆ แล้วกล้องก็ตั้งแล้วอะไรเงี้ย แล้วเด็กก็เหมือนกัน พอมาเห็นเราใกล้ๆ ก็คงจะนึกได้ว่า “อุ๊ย นี่ก็ไม่ใช่มาดามมดนี่หว่า” แต่ก็ไม่กล้าจะบอกว่าไม่ถ่ายแล้วคะพี่ ก็ถ่ายกันไปแกนๆ แล้วก็จากกันไปโดยสงบ

อันนี้เป็นคำถามที่มีอยู่ในใจมานาน แล้วก็ประหลาดมาก ไม่เคยไปถามคนอื่น คำว่า “นก”ที่มีอยู่ในกลุ่มกะเทยใช้กัน แล้วแปลว่าแบบ ไม่ได้ผู้ชายอะไรเงี้ย พี่แป๋มรู้ไหมว่ามันมีที่มาอย่างไร
ไม่รู้ แต่เดาได้ว่านกมันจะมีลักษณะของการจิกแล้วบินหนีไป มันนกมันก็คือต้องบินกลับอ่ะ บินกลับไปคนเดียว หมายความว่าจิกไม่ได้อ่ะ จิกไม่ได้ อะไรที่มันจิก คือนก… นกเวลามันเกิดไปเที่ยว แล้วแบบจิกไม่ได้ แล้วเรียกว่านก ถ้าให้เดาเอง ก็น่าจะมาจากคำว่าจิกไม่ได้น่ะแหล่ะ แล้วนกก็คือ จิกไม่ได้ก็บินกลับรัง… ตัวคนเดียว…

มีแฟนหรือยังครับ

ข้ามไปได้คำถามนี้
ก็… มี… แต่ว่าไม่ค่อยชอบพูดเรื่องนี้ รู้สึกว่ากะเทยไม่สวยพูดเรื่องแฟนแล้วมันน่าหมั่นไส้

โอเคคำถามสุดท้าย อันนี้ไม่รู้จะตอบยังไงหรือเปล่านะ สเป็คผู้ชายที่ชอบ
เอาจริงๆ นะ ตอนนี้ไม่มี รู้ป่ะ พออายุมากขึ้นพวกสเป็คมันก็ลืมๆ ไปแหล่ะ แต่ว่าถ้าผู้ชายประเภทที่เดินสวนกันแล้วเหลียวหลังเงี้ย ก็จะชอบแบบตัวใหญ่หน่อย ออกกำลังกายดูดี จริงๆ พี่แป๋มจะชอบคนอายุแก่กว่า เขาเรียกอะไรวะ ผู้ชายที่มีอายุนิดนึงแต่ยังดูดีอยู่ มีเสน่ห์

ภูมิฐาน?
เออ ดูภูมิฐาน ดูแบบ คือถ้าแบบเขาแก่แล้วเขายังเท่ห์อยู่ ก็ยังออกกำลังกายอะไรเงี้ย แสดงว่าเขาคิดเป็นน่ะ แล้วแบบเขาดูแลตัวเอง… เขาดูแลเราได้… เอาเข้าจริงก็แบบว่าไม่ได้เป็นสเป็คนะ เนี่ยแหล่ะลักษณะของผู้ชายที่เดินสวนกันแล้วจะหันกลับไปมอง แต่จริงๆ เอาจริงๆ ก็ขอเป็นคนคุยกันรู้เรื่อง แบบไม่ค่อยชอบเด็กง้องแง้ง พี่แป๋มเป็นคนพูดอะไรพูดหนเดียว ถ้าพูดครั้งที่สองครั้งที่สามจะเริ่มชักสีหน้า แล้วจะลงเอยด้วยการตบกันหรือด่ากัน หรืออดไม่ได้ที่จะกระแนะกระแหน เป็นนิสัยเสียของตัวเอง คุยกันรู้เรื่อง พาไปเจอเพื่อนแล้วไม่อายอะไรเงี้ย เข้าใจป่ะ

ซึ่งคนปัจจุบันเป็นเช่นนั้น
ก็เป็น เขาก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แต่ว่าเพิ่งจะแบบว่า… เพิ่งจะมาปิดจ๊อบ! เออ นึกออกมะ พาไปเจอเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าหน้าตาต้องดีนะ แต่บางคนที่แบบ… ไว้เล็บยาวอย่างเงี้ย ไว้เล็บนิ้วก้อยยาวอย่างเนี้ย… เหมือนกระเป๋ารถเมล์อย่างเนี้ย…

จริงๆ เป็นคนจีนหรือเปล่า ใช่ป่ะ คนจีน เขาถือวัฒนธรรมไม่ใช่เหรอให้แบบ…
ก็ไม่รู้

อะไรสักอย่าง ไว้เล็บยาว
ไว้เล็บก้อยยาวอะไรแบบเนี้ย คือแบบเสร่ออ่ะ คือมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปบอกว่าตัดเถอะอะไรเงี้ย แต่ถ้าคนประเภทเนี้ย ถ้าไปเจอเพื่อน ฉันจะอายอ่ะ หรือแบบคนที่แต่งตัวไม่เป็นมากๆ แต่งตัวแย่มากอะไรเงี้ย ใส่เสื้อกล้ามประเภทที่มันลอนใหญ่มาก ใส่เสื้อยืดที่แบบลอนใหญ่ๆ ถ้าไปไหนมันก็จะอาย ถูกมะ แต่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะบอก “เธอ! เปลี่ยนการแต่งตัวเถอะ!” มันควรจะเป็นเรื่อง… ที่เราไม่ควรจะไปเอากันตั้งแต่ต้นอย่างเงี้ย!

1 comment
  1. wasana said:

    ชอบดูเทยเที่ยวไทยและก็รายการแตกฟอง ของป่อมแป๋มมากๆเลย…ฮาจนปวดขากรรไกรอ่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: